เปิดปมงาบงบใครเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข: (จบ) ว่าด้วย 4 นักการเมือง 8 ข้าราชการ ใครเข้มแข็งกว่ากัน

Printer-friendly versionPrinter-friendly version

จากการสอบสวนโดยคณะกรรมการชุดนพ.บรรลุ ศิริพานิช ระบุชัดแจ้งว่ามีผู้ต้องรับผิดต่อกรณีการเตรียมการทุจริตนี้  เพื่อให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการต่อไป ดังนี้
ก. ฝ่ายราชการการเมือง  ได้แก่
(1) นายมานิต นพอมรบดี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการเรื่องสิ่งก่อสร้างต่างๆ  โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรี  รวมทั้งเครื่องพ่นฆ่ายุง  และรถพยาบาล
(2) นางศิริวรรณ  ปราศจากศัตรู  อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเรื่องการสั่งการเกี่ยวกับโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งโดยรวม  และเรื่องรถพยาบาล
(3) นายวิทยา  แก้วภราดัย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งไม่อาจปัดความรับผิดชอบในความผิดพลาด  บกพร่อง  ส่อเจตนาไม่สุจริต  และการเปิดช่องทางมีการแสวงหาผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข
(4) นพ.กฤษดา  มนูญวงศ์  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข   ซึ่งมีส่วนพัวพันเรื่องยูวีแฟน

ข. ฝ่ายราชการประจำ   ได้แก่
(1) นพ.ปราชญ์  บุณยวงศ์วิโรจน์  อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มิได้เอาใจใส่ในการบริหารราชการในโครงการนี้และมีการกระทำที่เข้าข่ายบกพร่องต่อหน้าที่อย่างมาก รวมทั้งมีพฤติการณ์ที่ส่อเจตนาไม่สุจริต  เปิดช่องให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น  ตลอดจนมีการดำเนินงานที่ไม่สุจริตเกี่ยวกับเรื่องการส่งตัว พญ.ศิริพร  ไปปฏิบัติงานที่โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ  เครื่องยูวีแฟน  และการจัดทำห้องแยกโรคซึ่งขัดต่อหลักวิชาการ  โดยมีข้อมูลว่าอาจมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ด้วย

เนื่องจาก  นพ.ปราชญ์  พ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุไปแล้ว ควรส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตาม  มาตรา  84  แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  ต่อไป

(2) พญ.ศิริพร  กัญชนะ  อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งบกพร่องต่อหน้าที่ และอาจดำเนินการโดยมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝง กรณีการขอไปปฏิบัติงานที่โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ  และการสั่งการเรื่องยูวีแฟน  ซึ่ง พญ.ศิริพร เกษียณอายุราชการไปแล้ว ควรส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเช่นเดียวกับ นพ.ปราชญ์

(3) ผู้อำนวยการกองแบบแผนและเจ้าหน้าที่ในกองแบบแผน  สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการกำหนดราคาสิ่งก่อสร้างสูงเกินสมควรมากมาย  ควรตั้งคณะกรรมการสอบสวน  หากพัวพันข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้ว  ควรส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป

(4) นพ.เรวัติ  วิศรุตเวช  อธิบดีกรมการแพทย์  ซึ่งต้องรับผิดชอบฐานะหัวหน้าส่วนราชการในการจัดทำคำของบประมาณทั้งสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์การแพทย์ของกรมการแพทย์ในราคาแพงมาก และหลายรายการ

(5) นพ.สุชาติ  เลาบริพัตร  ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุด  นพ.เสรี  หงส์หยก  ได้ชี้มูลความผิดไว้แล้ว

(6) ผู้ที่อาจเข้าข่ายบกพร่องต่อหน้าที่  โดยไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีเจตนาไม่สุจริต  ได้แก่
ก. นพ.ไพจิตร์  วราชิต  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค
ข. นพ.ศุภกิจ  ศิริลักษณ์  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์  ซึ่งมิได้ทำหน้าที่กลั่นกรองคำของบประมาณโครงการเท่าที่ควร

(7) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการยูวีแฟนทั้งหมด  ทั้งข้าราชการในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและบุคลากรในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

(8) นพ.จักรกฤษณ์  ภูมิสวัสดิ์  ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่อง เครื่องยูวีแฟน  และเรื่องการซื้อรถตู้โฟล์คสวาเกนอย่างมีเงื่อนงำ

ข้อเสนอแนะเพื่อการเดินสู่อนาคต

คณะกรรมการชุดนี้ได้ทำข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการและปฏิรูปกลไกของกระทรวงสาธารณสุขไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

(1) ควรมีการทบทวนพิจารณาโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขใหม่ทั้งหมด ทั้งสิ่งก่อสร้าง  ครุภัณฑ์การแพทย์  รถพยาบาล  ทั้งในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกรมอื่นๆ  โดยเฉพาะกรมการแพทย์  รวมทั้งโครงการพัฒนาบุคลากร  ซึ่งจะต้องได้สัดส่วนเหมาะสมกัน  ทั้งนี้ ควรดำเนินการโดยมุ่งคุณภาพ  เพื่อให้เกิดการสร้างความเข้มแข็งของประเทศอย่างแท้จริง  มิใช่ทำให้ประเทศชาติอ่อนแอลง  และสร้างปัญหาในระยะยาว

ข้อสำคัญที่ต้องทบทวน  คือ  จะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ  เพื่อให้เกิดการกระจายความเจริญออกจากเมืองหลวงและเมืองใหญ่  ให้เกิดความเป็นธรรม  และเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงแก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ  ซึ่งเสียเปรียบมาโดยตลอด  ทั้งนี้ควรศึกษาและดำเนินการตามที่เคยเริ่มต้นมาเป็นอย่างดีแล้วในสมัยพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์

อนึ่ง  ขณะนี้ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจได้คลี่คลายลงระดับหนึ่งแล้ว  ไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องเร่งรัดใช้งบประมาณโครงการนี้  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนเดิม

(2) ควรมีการสอบสวนทั้งทางวินัยและทางอาญากับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง  ทั้งที่ยังรับราชการและที่เกษียณอายุไปแล้ว  สำหรับข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว  ให้พิจารณาส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป

(3) ควรพิจารณาดำเนินการกับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องตาม “กฎเหล็ก 9 ข้อ” ของ ฯพณฯ  นายกรัฐมนตรี  ที่แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก เมื่อวันที่  23  ธันวาคม  พ.ศ. 2551  โดยเฉพาะในข้อ  2  ที่  “เน้นให้ยึดถือการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด” และ ข้อ  9  ที่ระบุว่า “ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้นมีมาตรฐานที่สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย”

(4) ควรปรับปรุงโครงสร้างการบริหารของกระทรวงสาธารณสุขเสียใหม่  ยุบกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเข้าไปสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงตามเดิม  จัดให้มีหน่วยงานที่ดูแลสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  และโรงพยาบาลศูนย์ / ทั่วไป  ในระดับสำนัก  ให้มีความเข้มแข็งอย่างน้อยเท่ากับกองโรงพยาบาลภูมิภาค  และกองสาธารณสุขภูมิภาคในอดีต ก่อนถูกทำให้เสื่อมลงโดยการตัดสินใจที่ผิดพลาดของ กพ.  และ  กพร.

(5) ควรรื้อปรับระบบการทำงานของกองแบบแผนเสียใหม่  ให้ทำงานอย่างมืออาชีพ  โปร่งใส  ตรวจสอบได้  และมุ่งประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

(6) กรมการแพทย์ควรมีหน่วยงานประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Office of Medical  Technology  Assessment)  อย่างเป็นกิจลักษณะที่สามารถประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์โดยเฉพาะที่ใหม่ๆ  และราคาแพงได้อย่างมีคุณภาพ  ประสิทธิภาพ  และเชื่อถือได้  ซึ่งจะสามารถป้องกันการทุจริต  และได้เครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

(7) ควรฟื้นฟูระบบคุณธรรมในระบบราชการ  เพื่อส่งเสริมผู้มีความรู้  ความสามารถ  และความซื่อสัตย์สุจริต  ให้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถทำประโยชน์แก่หน่วยงานได้  ไม่ควรปล่อยให้ระบบราชการเต็มไปด้วยข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถไม่พอเพียง  พึ่งพาแต่ระบบวิ่งเต้นเส้นสาย  ขาดความกล้าหาญทางจริยธรรม  โอนอ่อนยอมตามผู้มีอำนาจโดยไม่ยึดความถูกต้อง ชอบธรรมและประโยชน์ของราชการ  อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน.

อ่านรายละเอียด 'รายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 227/2552 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2552 (ฉบับที่ 1)' ตามเอกสารแนบท้าย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- เปิดปมงาบงบใครเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข: (1)ใครคือไอ้โม่งทุจริต UV fan?
- เปิดปมงาบงบใครเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข: (2)กินรถพยาบาล 800 คัน จะได้ 80 ล้าน ลูกศรชี้ที่ฝ่ายการเมือง
- เปิดปมงาบงบใครเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข: (3)โกงครุภัณฑ์สูญงบเข้ากระเป๋า 720 ล้านบาท 
- เปิดปมงาบงบใครเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข: (4)การเมืองล้วงลูกก่อสร้าง อ้าง ‘น้ำขึ้นให้รีบตัก’
- เปิดปมงาบงบใครเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุข: (5)เหตุเกิดที่กรมการแพทย์