การเมืองของความเงียบ: เดือนกุมภาพันธ์ ปี 50 ไทยห้ามบุหรี่โฆษณาว่ามี ‘รสอ่อน’
<p>
น่าแปลกใจนัก เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และสว.กทม. แถลงข่าวความคืบหน้ามาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบของไทย ว่า ได้ลงนามออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข 4 ฉบับ โดย 3 ฉบับแรกได้แก่ 1. การบังคับให้บุหรี่ซิกาแรต พิมพ์ฉลากแสดงชื่อสารพิษและสารก่อมะเร็งที่อยู่ในควันบุหรี่ 2. การเพิ่มจำนวนภาพคำเตือน 4 สี พร้อมข้อความแสดงพิษภัยของบุหรี่ จาก 6 ภาพเป็น 9 ภาพในบุหรี่ซิกาแรตและบุหรี่ซิการ์ 3. ห้ามพิมพ์สรรพคุณบุหรี่ว่า รสอ่อน รสเบา ในบุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ และยาเส้น ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 </p>
<p>และสุดท้าย 4. การเพิ่มสถานที่ที่เป็นเขตปลอดบุหรี่เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 โดยจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน หรือประมาณเดือนพฤศจิกายน 2549 นี้</p>
<p>แถลง 4 มาตรการใหญ่ๆ แบบนี้ซึ่งมีผลกระทบกับทั้ง “ผู้ผลิตและนำเข้าบุหรี่” และ “ผู้สูบ” อย่างมาก โดยเฉพาะการห้ามพิมพ์คำว่ารสอ่อน รสเบา หรือไมล์ด (mild) ไลท์ (light) บนซองบุหรี่ เพื่อป้องกันประชาชนเข้าใจผิดว่าบุหรี่มีพิษน้อย ไฉนกลับไม่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อสาธารณะอย่างครึกโครมดังที่เคยเป็น ยิ่งการตอบสนองทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็หายไปอีก “การเมืองของความเงียบ” นี้ส่งสัญญาณอะไรหนอ?</p>
<p>ในรายละเอียดของการแถลงข่าวนั้น ระบุสาระสำคัญของประกาศกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 4 ฉบับมีดังนี้</p>
<p>1. การบังคับให้บุหรี่ซิกาแรต พิมพ์ฉลากแสดงชื่อสารพิษและสารก่อมะเร็งที่อยู่ในควันบุหรี่</p>
<p></p>
<p>กำหนดให้บุหรี่ซิกาแรต ที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ต้องพิมพ์ฉลากแสดงชื่อสารพิษและสารก่อมะเร็ง ที่ได้จากการเผาไหม้ของบุหรี่ ที่ข้างซองทั้ง 2 ข้าง ด้วยอักษรไทย พิมพ์หมึกสีดำ บนพื้นสีขาวภายในกรอบดำ มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของด้านข้างซองหรือด้านข้างภาชนะบรรจุ โดยกำหนดสารพิษ 2 ตัว ได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรเจนไซยาไนด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษเพียง 2 ใน 4,000 กว่าชนิดของสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของบุหรี่ และสารก่อมะเร็ง 3 ตัว ได้แก่ ทาร์ ฟอร์มาดีไฮด์ และไนโตรซามีน ซึ่งเป็น 3 ใน 40 กว่าชนิดของสารก่อมะเร็งที่พบในบุหรี่</p>
<p>ทั้งนี้บุหรี่ 1 มวนจะมีสารทาร์ หรือที่เรียกว่าน้ำมันดินประมาณ 12-24 มิลลิกรัม ซึ่งมีลักษณะเหนียว มีสีน้ำตาลเข้ม ก่อให้เกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ เช่น ปอด กล่องเสียง หลอดลม โดยสารทาร์ร้อยละ 50 จะไปจับที่ปอดทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ เกิดอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะ คนที่สูบบุหรี่จัดวันละ 1 ซอง จะทำให้สารทาร์เกาะสะสมวันละ 30 มิลลิกรัม หรือปีละ 110 กรัม สำหรับคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจ ทำให้เม็ดเลือดแดงจับออกซิเจนได้น้อยลง ร่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการมึนงง ส่วนไฮโดรเจนไซยาไนด์ จะทำลายผนังถุงลมในปอดทำให้บางและแตกง่าย จำนวนถุงลมน้อยลง ส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนก๊าซของปอด และเกิดโรคถุงลมปอดโป่งพอง</p>
<p>2. การเพิ่มจำนวนภาพคำเตือน 4 สี พร้อมข้อความแสดงพิษภัยของบุหรี่ จาก 6 ภาพเป็น 9 ภาพ ในบุหรี่ซิกาแรตและบุหรี่ซิการ์</p>
<p></p>
<p>ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ จะใช้บังคับทั้งบุหรี่ซิกาแรตและบุหรี่ซิการ์ ที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เพิ่มจากที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 คือ 6 ภาพ เป็น 9 ภาพ ได้แก่ </p>
<p>
</p><table border="0" cellspacing="2" cellpadding="2" bordercolor="#000000">
<tbody>
<tr>
<td>
</td>
<td>
</td>
<td>
</td></tr>
<tr>
<td>
</td>
<td>
</td>
<td>
</td></tr>
<tr>
<td>
</td>
<td>
</td>
<td>
</td></tr></tbody></table>
<p> </p>
<p>โดยกำหนดให้พิมพ์ 4 สี ขนาดกว้าง 5.5 คูณ 4.25 เซนติเมตร ในอัตรา 1 แบบต่อ 5,000 ซอง หรือภาชนะบรรจุ โดยต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50</p>
<p>3. ห้ามพิมพ์สรรพคุณบุหรี่ว่า รสอ่อน รสเบา ในบุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ และยาเส้น ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 </p>
<p></p>
<p>เพราะการพิมพ์คำว่ารสอ่อน รสเบา หรือไมล์ด (mild) ไลท์ (light) บนซองบุหรี่ ทำให้นักสูบเข้าใจผิดว่าบุหรี่มีพิษน้อย ความจริงสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย ผลักดันประเด็นนี้มาตั้งแต่ปี 2547 สมัยนางสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึงขนาดว่ามีการร่างประกาสกระทรวงกันออกมาครั้งหนึ่ง แต่โดยที่สุดก็เก็บเข้าลิ้นชักไป อ่านรายละเอียด โลกนี้ไม่มีบุหรี่รสอ่อน.. </p>
<p>มีประเด็นที่ทำให้คิดหนักยิ่งขึ้น เพราะประเด็นนี้บริษัทบุหรี่ถูกรุกหนักมากจากหลายประเทศพร้อมกัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ก่อนบ้านเราแถลงข่าวหนึ่งสัปดาห์ เกลดี เคสเลอร์ ผู้พิพากษาประจำเขต มลรัฐวอซิงตัน เสนอความเห็นกับทางศาลให้บริษัทบุหรี่ ฟิลลิป มอร์ริสยุติการใช้คำว่า "lights" "low tar" เเละ "mild" ซึ่งส่อให้เห็นว่าบุหรี่นั้นเป็นบุหรี่ที่มีอันตรายน้อยกว่าปกติ โดยบราซิลเเละสหภาพยุโรปได้ห้ามการใช้คำอธิบายดังกล่าวบนซองบุหรี่ไปเเล้ว คาดว่าหากความคิดเห็นของผู้พิพากษา เคสเลอร์ ได้รับการบังคับใช้ บริษัทบุหรี่จะต้องลดคำอธิบาย "รสอ่อน" หน้าซองภายในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม เเม้สหภาพยุโรปจะห้ามการใช้คำโฆษณาที่สร้างความรู้สึกว่าบุหรี่มีรสอ่อนกว่าปกติ ฟิลลิป มอร์ริสอ้างว่าไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ นักวิจัยชี้ให้เห็นว่าบริษัทบุหรี่หันไปใช้การออกแบบเเละสีสันบนซองบุหรี่ที่สร้างความรู้สึกว่าบุหรี่มีรสอ่อน แทนการใช้คำโฆษณาดังกล่าว รวมทั้งเชื่อว่าบริษัทบุหรี่อาจเลี่ยงไปใช้คำอื่นที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติห้ามไว้ เช่น คำว่า "smooth" ที่ให้ความหมายว่าเป็นบุหรี่รสอ่อน เช่นเดียวกัน (อ้างจาก www.chutbloc.weblog.in.th)</p>
<p>เพราะมีบทเรียนมาจากต่างประเทศแล้วว่า บริษัทบุหรี่ข้ามชาติจะเป็นแกนนำบริษัทบุหรี่ในประเทศนั้นจะดิ้นรนหนีมาตรการเข้มงวดของรัฐและนักต่อต้าน ไปแสวงหาคำพูดหรือสัญลักษณ์ รวมทั้งวิธีการอื่นๆ มุ่งดึงดูดลูกค้าวัยรุ่นเเละสตรี ให้หันมาสูบบุหรี่มากขึ้น เเละทำให้ผู้สูบเชื่อว่าบุหรี่ประเภทนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่รุ่นปกติ โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุขของไทยฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 </p>
<p>“ความเงียบ” ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องน่าค้นหาว่าจะมีการเคลื่อนไหวใดเกิดขึ้นในเร็ววัน หรือมีคนจงใจให้เรื่อง “เงียบ” และจักเงียบหายไปเหมือนที่เคยเป็นอีก</p>
<p>4.การเพิ่มสถานที่ที่เป็นเขตปลอดบุหรี่เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535</p>
<p></p>
<p>การเพิ่มพื้นที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ ได้ปรับปรุงแก้ไขจากประกาศฯ ฉบับเดิม พ.ศ. 2545 และเพิ่มเติม พ.ศ. 2546 และ พ.ศ. 2548 โดยสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 2,000 บาท เจ้าของสถานที่จะถูกปรับ 20,000 บาท ได้แก่ </p>
<p>รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารรับจ้าง รถรับส่งนักเรียนหรือนิสิตนักศึกษาทุกประเภท รถยนต์ราชการ รถรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่พักผู้โดยสารหรือป้ายรถเมล์ ลิฟต์โดยสาร ตู้โทรศัพท์สาธารณะ สุขา อาคารโรงมหรสพ ห้องสมุด ห้องประชุม อบรมหรือสัมมนา ร้านขายยา คลินิกรักษาทั้งคนและสัตว์ สถานนวดไทยหรือนวดแผนโบราณ กิจการสปาเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพหรือนวดเพื่อเสริมสวย สถานบริการอบความร้อน อบไอน้ำหรืออบสมุนไพร สถานที่ออกกำลังกายในร่มยากเว้นสนุกเกอร์หรือบิลเลียต อัฒจันทร์ดูกีฬาหรือการแสดง สนามเด็กเล่น สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน โรงเรียนหรือสถานศึกษาต่ำกว่าอุดมศึกษา ศาสนสถานในบริเวณประกอบศาสนกิจ และบริเวณที่ติดแอร์ ของสถานที่แสดงศิลปะวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์สถานหรือหอศิลป์ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า </p>
<p>สถานที่แสดงสินค้าหรือนิทรรศการ ร้านตัดผม ร้านตัดเสื้อ สถานเสริมความงาม ร้านคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ตู้เกมส์ หรือตู้คาราโอเกะ บริเวณโถงพักคอยของโรงแรม รีสอร์ท หอพัก ห้องเช่า อาคารชุด คอนโดมิเนียม คอร์ท หรืออพาร์ทเมนต์ ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม หรือสถานที่จัดเลี้ยง ยกเว้นผับ บาร์ หรือ ร้านอาหารที่อยู่ตามสถานบริการต่างๆ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการของกระทรวงมหาดไทย</p>
<p>ส่วนที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด แต่มีการยกเว้นเฉพาะห้องทำงานส่วนตัว ห้องพักส่วนตัว หรือบริเวณที่จัดเป็นเขตสูบบุหรี่โดยเฉพาะ ได้แก่ สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ สถานที่ทำงานของเอกชนเฉพาะที่มีระบบปรับอากาศ สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกประเภท รวมถึงท่าอากาศยาน และท่าเรือโดยสาร สถานีน้ำมันเชื้อเพลิงหรือแก๊สเชื้อเพลิง มหาวิทยาลัย สถาบันศึกษาตั้งแต่ระดับอุดมศึกษาขึ้นไป อุทยานหรือศูนย์การเรียนรู้ สถานฝึกอาชีพ สถานกวดวิชา สถานที่สอนภาษา สอนดนตรี-ขับร้อง สอนการแสดง สอนศิลปะ สอนกีฬา สอนศิลปะการป้องกันตัว ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ศาสนสถานนอกเหนือจากบริเวณประกอบศาสนกิจ สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้งหรือสนามกีฬากลางแจ้งหรือสนามกีฬากลางแจ้ง สวนสาธารณะ สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ โรงพยาบาลทั้งรักษาคนและสัตว์ </p>
<p>นายพินิจกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องออกประกาศกระทรวงเพิ่มดังกล่าว เพื่อต้องการลดนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ให้น้อยลง และป้องกันไม่ให้สุขภาพประชาชนถูกทำลายจากการสูบบุหรี่ ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพคนทั่วโลก ทำให้เกิดโรคอย่างน้อย 25 โรค ตายปีละ 5 ล้านคน ที่ผ่านมามีคนไทยต้องเสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน ด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ที่สำคัญคือ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ปีละ 52,000 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน และต้องสูญเงินรักษาผู้เป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ 3 โรคหลัก ได้แก่ มะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง รวมปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเงินภาษีที่ได้จากบุหรี่หลายพันล้านบาท ดังนั้นจึงต้องใช้หลายๆ มาตรการเพื่อลดและป้องกันปัญหาดังกล่าว</p>
<p>ถ้าไม่มีการล็อบบี้ให้เรื่องเหล่านี้ต้องชะงักลงกลางคัน </p>
<p>ก็น่าสนใจว่า การเว้นวรรคทางการเมืองของนายพินิจในอนาคต จักสร้างคุณูปการครั้งใหญ่ทิ้งทวนเหมือนกับนายมนตรี พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเคยทำหรือไม่ ก่อนเสียชีวิตหนึ่งเดือนเขาได้ออกกฎกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2540 ให้ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรตหรือบุหรี่ซิการ์แต่ละตราต้องแจ้งรายการส่วนประกอบ ตามมาตร 11 ของพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2535 หลังจากที่มีการเตะถ่วง ล็อบบี้กันนานกว่า 5 ปี</p>
<p>ผลจากเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา ทำให้วันนี้ สามารถออกระเบียบให้พิมพ์ชื่อสารพิษและสารก่อมะเร็งที่อยู่ในควันบุหรี่บนซองบุหรี่นั่นเอง</p>